Step one 12 เดือนก่อนวันแต่งงาน
- ประกาศข่าวดีให้รู้ทั่วกัน
- เชิญผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายให้รู้จักกันดียิ่งขึ้น อาจด้วยมื้ออาหารสวยงามเป็นพิเศษ
- หาฤกษ์ยาม (จะเป็นฤกษ์ดี หรือฤกษ์สะดวกก็แล้วแต่)
- เริ่มวางโครงร่างคร่าว ๆ ปรึกษาหารูปแบบงานที่ต้องการ เช้า สาย บ่าย เย็น บุฟเฟ่ต์ หรือคอกเทล ฯลฯ
- คำนวนงบประมาณที่พอจะเป็นไปได้ (ปรึกษาผู้ใหญ่ด้วนก็จะดี เผื่อได้ทุนสนับสนุน) - ลองคำนวณจำนวนแขกของทั้งสองฝ่ายอย่างคร่าว ๆ
Step two 9-6 เดือนก่อนวันแต่งงาน
- หากเลือกใช้บริการรับจัดงาน ควรเริ่มคุยกับออกาไนเซอร์ บอกความต้องการของคุณให้ชัดเจน
- เลือกสถานที่จัดงานและจอง อาจคุยกับฝ่ายจัดเลี้ยงถึงรูปแบบของงานที่ต้องการแบบคร่าว ๆ ก่อน
- เตรียมเลือกแบบเสื้อผ้าและของใช้วันงาน
- เฟ้นหาเลือกช่างภาพและช่างถ่ายวีดีโอ(ปรึกษาผู้มีประสบการณ์ทั้งหลาย หาคนที่อยู่ในวงการพวกนี้ได้ยิ่งดี ถ้ามีโอกาสก็ขอดูผลงานที่ผ่านมาซักหน่อย
- ติดต่อคนจัดดอกไม้พิเศษ (ถ้าจะใช้ ) ควรคุยเรื่องงบประมาณ ความต้องการและกำหนดเวลาของงาน
- จองวงดนตรี นักดนตรี หรือดี.เจ.
Step three 6-4 เดือนก่อนวันงาน
- เลือกแบบ เลือกสถานที่ สำหรับสั่งทำการ์ดและของชำร่วย
- ออกกำลังกาย ฟิตหุ่นให้เข้าที่ ทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาว และปฏิบัติต่อเนื่องให้สม่ำเสมอ
- คุยกับคนทำเค้ก (ในกรณีที่จะสั่งทำพิเศษ ไม่เกี่ยวกับเค้กฟรีของสถานที่จัดเลี้ยง)
- ในกรณีที่จัดงานต่างที่ต่างถิ่นแล้วแขกต้องเดินทางพักแรม อย่าลืมหาที่พักในบริเวณใกล้เคียงให้แขกด้วย (โรงแรมส่วนใหญ่จะให้ราคาพิเศษอยู่แล้ว สำหรับแขกที่มาเป็นกรุ๊ป)
- นัดพบฝ่ายจัดเลี้ยงเพื่อปรึกษาเรื่องเมนู รูปแบบการบริการ รายการไวน์ และเครื่องดื่มต่างๆ
- รายชื่อแขกโดยละเอียด ค่อนข้างสมบูรณ์ (ประมาณเอาได้เลยว่า 20% ของแขกที่เราเชิญมาไม่ได้)
Step four 4-2 เดือนก่อนวันแต่งงาน
- จองคิวช่างแต่งหน้าทำผม คุยรายละเอียดที่ต้องการ รวมทั้งขอคำแนะนำว่าต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง (ควรตัดสินใจให้แน่นอนก่อนจอง เพื่อไม่ให้เสียเวลาทั้งสองฝ่าย)
- ตรวจเลือดและสุขภาพ มีหลายโรคที่ติดต่อกันทางความสัมพันธ์ใกล้ชิด ไม่เฉพาะทางเพศเท่านั้น
- จองสถานที่ฮันนีมูน ถ้าเป็นต่างประเทศ เตรียมเอกสารการเดินทางทั้งหลายให้พร้อมตอนนี้เลยรวมทั้งแผนฮันนีมูนที่สมบูรณ์
- วางแผนแจกการ์ด แบ่งรายชื่อแขกที่จะเชิญด้วยตัวเอง และส่งทางไปรษณีย์ให้เป็นหมวดหมู่
- ในกรณีจัดงานพิเศษนอกสถานที่ ติดต่อเรื่องข้าวของเครื่องใช้ ให้เรียบร้อย เช่น เต็นท์ โต๊ะ เก้าอี้ ฯลฯ
Step five 2-1 เดือนก่อนแต่งงาน
- ตัดเสื้อ เตรียมของแต่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวให้เรียบร้อย (ไม่ควรจัดเตรียมก่อนหน้านี้ เพราะรูปร่างจะเริ่มคงที่ ถาออกกำลังกายสม่ำเสมอมาตามตาราง)
- ถ้าจะลองแต่งหน้าทำผม ก็น่าจะลองในช่วงนี้(ช่างคิดค่าใช้จ่ายไม่มีการลองฟรี)
- ดูเรื่องเอกสารต่าง ๆ ที่จะต้องเปลี่ยนแปลงในช่วงแต่งงาน (คงจะหนักหน่อยสำหรับเจ้าสาว) ลองเสื้อ แก้ไข
- ส่งบัตรเชิญทั้งหมด ถ้าจะส่งข่าวลงหนังสือพิมพ์ และสื่ออื่น ๆ ติดต่อเวลาที่ตองการด้วย
- เน้นการกินผักและผลไม่ที่มีวิตามินซี รวมทั้งใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของวิตามินดังกล่าว เพื่อความสดใสของผิว (วิตามินซีช่วยผิวที่หม่นหมองเพราะแสงและมลภาวะให้สดใสขึ้นได้เหมือนใช้เวทมนต์)
Step six 3-2 สัปดาห์ก่อนแต่งงาน
- ตรวจสอบเวลานัด คนจัดดอกไม้ ช่างแต่งหน้า ช่างทำผม นักดนตรี ช่างภาพ ช่างวีดีโอ ฯลฯให้เรียบร้อยอีกครั้ง
- ตรวจสอบแผนต่าง ๆ กับฝ่ายจัดเลี้ยงให้เรียบร้อย
- เข้าสปาไปเสริมความมั่นใจในความงามชนิดศีรษะจรดปลายเท้า การนวดเท้า นวดตัวหรือเปลี่ยนสีผม ไม่ควรจะทำหลังช่วงนี้ไปแล้ว เพราะอาจเกิดกรณีแพ้เครื่องสำอางได้
Step seven 1 สัปดาห์ก่อนแต่งงาน
- จัดงานเลี้ยงอำลาความโสด
- เตรียมค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายสดในวันนั้น เช่น ค่าดอกไม้ ค่าคนช่วยจัดงาน ค่านักร้องนักดนตรี
- ถ้าไปฮันนีมูนทันทีหลังจากวัน ก็แพ็กกระเป๋าได้แต่ตอนนี้
- ข่าวที่ฝากตามสื่อ ควรจะลงประกาศในช่วงนี้หนึ่งครั้ง เพื่อให้แขกได้เตรียมตัว
Step eight 1 วันก่อนหน้า
- ลงข่าววันนี้ด้วย เพื่อเตือนความทรงจำแขกเหรื่อ
- ไปยิม ออกกำลังกายเบา ๆ เช่นเดินช้า ๆ บนสายพานสักสิบห้านาที
- ทำเล็บเตรียมไว้สำหรับวันรุ่งขึ้น
- อ่านหนังสือเบาสมองสักเล่มเป็นการพักผ่อน
- เข้านอนแต่หัวค่ำเพื่อความพร้อมที่สุด ในวันสำคัญที่กำลังจะมาถึง
|